วันเสาร์ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2554

ศาสตร์แห่งการสร้างเสน่ห์


          ต่อให้คนสวยมีหน้าตาเป็นต่อสาวขี้ริ้วขี้เหร่แค่ไหน แต่ใช่ว่ามนุษย์ทุกคนจะมัวมะรุมมะตุ้มรุม รักสาวสวยหรือคนหน้าตาดี เพียงฝ่ายเดียวก็หาไม่... สาวหน้าตาธรรมด๊า ธรรมดาก็มีสิทธิ์เป็นที่เตะตาต้องใจของใครสักคนได้เหมียนกัน แถมเผลอๆ สาวหน้าตาแค่ "พอดูได้" แต่ "มีเสน่ห์" แอบแฝงอาจเป็นนางกวักดึงดูดให้ใครๆ อยากเข้ามาเสวนาใกล้ชิดสนิทสนมมากกว่าคนสวยเสียด้วยซ้ำ
          ใน The Art Of Charm หรือ ศาสตร์แห่งการสร้างเสน่ห์ บอกเคล็ดลับให้ผู้หญิงที่ไม่ได้ งามล้ำเลิศ เกินผู้ใดในปฐพี ให้กลายเป็นเทพีในดวงใจของคนรอบข้างได้ไม่ยาก งั้นมาเรียนรู้เรื่องทำ เสน่ห์ยาแฝดอย่างถูกวิธีเพื่อให้ได้ใจจากใครๆ กันดีกว่า


         

 ข้อที่   1. บอกว่า คนมีเสน่ห์ย่อมรู้ว่า คุณไม่จำเป็นต้องทำตัวให้เป็นสาวเซ็กซ์ หรือร่านสวาท หญิงมีเสน่ห์อาศัยแค่เล่นหูเล่นตา หรือใบหน้าชวนรับแขก ชวนให้ใครๆ อยากเข้าใกล้เธอก็พอแล้ว
          ข้อที่   2. คนมีเสน่ห์ รู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเรา เข้าตำราคำนึงถึง ความรู้สึกของผู้อื่นนั่นเอง
          ข้อที่   3. มีทักษะยอดเยี่ยมในการติดต่อสื่อสารหรือผูกมิตรกับคนทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นคนแปลกหน้าหรือคุ้นเคยก็ตาม
          ข้อที่   4. อย่าทำตัวเป็นคนมีเสน่ห์จนเกินเหตุ เค้าว่า ความสำเร็จของสาวๆ ที่มีพลังดึงดูดสูงอยู่ตรงที่คุณควรทำตัวให้เป็นธรรมชาติมากที่สุดเท่าที่จะทำได้
          ข้อที่   5. มีมารยาทดี ไม่ใช่ทำตัวเป็นคนถ่อยเพราะสันดานมันรั้งไว้ไม่ไหว
          ข้อที่   6. ทำให้คนรอบข้างมีความรู้สึกดีๆ และสบายอกสบายใจ ที่จะคบหาสมาคมด้วย
          ข้อที่   7. อย่าคุยโอ่ ถมทับคนอื่น แต่ควรหุบปากแล้วตั้งใจฟังคู่สนทนา ของคุณบ้าง
          ข้อที่   8. มีความมั่นใจในตัวเอง อย่าทำตัวเป็นคนขี้ลังเล, หลุกหลิกหรือไม่แน่ใจอะไรต่อมิอะไรสักอย่าง
          ข้อที่   9. อย่าลืมร่วมแสดงความคิดเห็น ต่อหัวข้อที่กำลังสนทนากันอยู่ ไม่ใช่ เอาแต่เออออห่อหมก อยากเป็นสาวเจ้าเสน่ห์ทั้งที แค่ทำ ตามนี้ให้ได้ เรื่องสวยไม่สวยก็ไม่ต้องไปสนมันแล้ว


อ้างอิง     http://www.clinicrak.com/messages/viewmessage.php?id=2073&maintype=บทความเกี่ยวกับวัยรุ่น

เลือกสร้อยคอให้เหมาะกับคุณ

                         สร้อยคอ เครื่องประดับจำเป็นสำหรับคุณผู้หญิงทั้้งหลาย ไม่ว่าจะรุ่นเล็ก รุ่นใหญ่ต่างก็นิยมการใส่สร้อยควบคู่ไปกับการสวมใส่เสื้อผ้าสวยๆ พูดถึงแฟชั่นสร้อยคอปัจจุบันมีให้เราเห็นมากมายทีเดียว มีทั้งสร้อยประเภทลูกปัด หิน แร่ เครื่องเงิน ลูกปัดพลาสติก คริสตัล และแบบอื่นๆ อีกมากมาย แถมสมัยนี้ยังมีสร้อยดีไซน์เก๋ไก๋ แปลกๆมากมายจากเหล่าดีไซน์เนอร์วงการแฟชั่นที่ช่างสรรหา สร้อยคอรูปแบบแปลกใหม่เก๋ไก๋ มานำเสนอกัน แต่คุณผู้หญิงรู้ไหมค่ะ? การจะใส่สร้อยคอให้สวยงามก็มีสิ่งที่คุณผู้หญิงควรคำนึงถึงด้วยนั่นก็คือ ลักษณะและช่วงคอของผู้ที่สวมใส่่นั่นเอง ซึ่งการใส่สร้อยที่ดีควรรับกับ ช่วงคอ หน้าอก และหน้าตา รวมถึงเสื้อผ้าที่คุณผู้หญิงสวมใส่ด้วยค่ะ



ช่วงคอสั้น

สำหรับคุณผู้หญิงคนไหนที่เป็นคนคอสั้น หรือไม่ค่อยมีคอก็สวยได้ค่ะ ลองหาแบบสร้อยที่ไม่เล็กไป เช่น เป็นแบบห่วง แบบแบบเส้นที่ยาวลงมาหน่อยก็ได้ ไม่ต้องยาวมาก ประมาณแค่หน้าอก หรือถ้าแบบสั้นก็สั้นประมารแค่ไหปลาร้าของคุณผู้หญิงก็พอ หรือใส่แบบเป็นห่วงจี้ของสร้อยต้องดูยาวลงมาเล็กน้อย ขนาดเส้นของสร้อยหรือเครื่องประดับไม่ควรใหญ่มากขอเน้นเป็นแบบขนาดกลางก็พอค่ะ
ข้อห้ามและควรระวังสำหรับคุณผู้หญิงที่มีช่วงคอสั้น คือ
อย่าใส่แบบโชคเกอร์ที่มีขนาดใหญ่มากๆ เพราะจะเป็นการทำร้ายช่วงคอให้ดูสั้นไปอีก หรือถ้าอยากใส่จริงๆ ให้หาแบบที่มีดีไซน์ดูบาง โปร่ง ขนาดพองามไม่ใหญ่จนเกินไป แบบเสื้อที่ใส่ก็ควรดูว่าเราจะไปงานไหน เช่นไปงานดินเนอร์ต้องใส่ชุดราตรียาว ให้เลือกชุดที่เปิดช่วงบนจนถึงเนินอกจะดูดี แล้วจะใส่โชคเกอร์แบบติดคอเลยก็ยังได้ค่ะ

ช่วงคอยาว

สำหรับคุณผู้หญิงที่มีช่วงคอยาวกว่าปกติ ควรหาสร้อยแบบโชคเกอร์ที่ขนาดใหญ่ ดูเก๋ เป็นพิเศษ หรือจะเป็นแบบเส้นห้อยธรรมดา แต่ไม่ยาวมาก ใส่คล้องเป็นสองชั้น ชั้นในติดคอหรือไม่ติดก็ได้ หรือจะให้ชั้นในอยู่ระดับของไหปลาร้าและเส้นนอกทิ้ง ยาวลงมาตามลำดับแต่นี้ ผู้หญิงช่วงคอยาวก็จะดูสวยเก๋ เท่ห์ได้แล้วละคะ
ข้อห้ามและควรระวังสำหรับคุณผู้หญิงที่มีช่วงคอยาว คือ
อย่าใส่สร้อยที่ยาวจนเกินไป เพราะจะยิ่งทำให้ช่วงลำคอของคุณผู้หญิงดูยาวขึ้นอีกค่ะ แบบเสื้อที่ใส่ ควรใส่เสื้อปิดคอเจะบริเวณเนินอก เพื่อโชว์เครื่องประดับ

ช่วงคอกว้าง (คอใหญ่)

คุณผู้หญิงคนไหนที่เป็นคนคอกว้างหรือคอใหญ่ ให้ใส่สร้อยที่มีระดับยาวลงมาราวช่วงร่องอก แบบเส้นเดียว ขนาดลูกปัดควรเป็นแบบยาว หรือวงรี
ข้อห้ามและควรระวังสำหรับคุณผู้หญิงที่มีช่วงคอกว้าง (คอใหญ่) คือ
ไม่ควรใช้ลูกปัดแบบเม็ดกลมใหญ่ เพราะใส่แล้วจะยิ่งทำให้คอดูใหญ่ขึ้น และห้ามใส่แบบโชคเกอร์ถ้าอยากใส่จริงๆ ให้คุณผู้หญิงลองหาเป็นดีไซน์แบบโปร่งบาง ควรใส่เสื้อผ้าที่เปิดบริเวณช่วงบนเนินอก จะได้ดูรับกันและไม่อึดอัดค่ะ

ช่วงคอเล็ก

คุณผู้หญิงที่ช่วงคอเล็กให้หาสร้อยแบบโชคเกอร์ดูกว้างและใหญ่กว่าจริงใส่เน้นพอดีคอ ไม่รัดเกินไป ลองเลือกดูตามใจชอบไม่ว่าจะเป็น ลูกปัดเม็ดใหญ่ เม็ดกลม หรือแบบเหลี่ยม จะเป็นแบบห้อยแบบจี้ที่ดูสวยเป็นพิเศษ
ข้อห้ามและควรระวังสำหรับคุณผู้หญิงที่มีช่วงคอเล็ก คือ
ห้ามใส่แบบเป็นลูกปัดเล็กๆ เส้นยาวๆ เพราะยิ่งจะทำให้ช่วงคอดูแคบและเล็กไปกันใหญ่ทีเดียวงานนี้ เสื้อผ้าที่สวมใส่ ใส่กับเสื้อผ่้า ชุดที่มีการระบายการจับจีบ แล้วใส่สร้อยทับด้านนอก


วิธีการเลือกชุดทำงานที่เหมาะสมกรณีที่ไม่มีชุดยูนิฟอร์ม

ในการเลือกเสื้อผ้าชุดไปทำงานจะต้องพิจารณาหลักใหญ่ๆ 3 ข้อ ได้แก่
1. สไตส์การแต่งกาย
 หากไม่มีกฎเกณฑ์บังคับเคร่งครัด สามารถเลือกเสื้อสูทกับกางเกงคนละสีได้แต่ถ้าหน่วยงานนั้นมีกฎเกณฑ์ให้ใช้สูทกับกางเกงสีเดียวกัน เสื้อตัวในใช้สีอ่อนและควรจะเป็นโทนสีเย็น
 เสื้อเชิ้ต และเสื้อครึ่งท่อนสำหรับผู้หญิงที่เป็นชุดทำงานควรจะเป็นแบบเรียบๆ ไม่สมควรประดับลูกไม้จนรุงรังหรือติดระบายจนรู้สึกรุ่มร่าม ผู้หญิงควรเลือกเสื้อแขนยาวเป็นหลัก และหลีกเลี่ยงเสื้อคอคว้านลึก ผู้ชายควรจะเลือกเสื้อเชิ้ตที่ไม่เน้นลำตัว เสื้อเชิ้ตควรเป็นเสื้อแขนยาวเสมอสิ่งที่ไม่เหมาะใช้ในที่ทำงานคือเสื้อยืดรัดรูป (สตรี) หรือสเวตเตอร์ ไม่เหมาะสมจะเป็นชุดใส่ไปทำงาน เพราะเสื้อยืดรัดรูปจะเน้นสัดส่วนเรือนกายให้เด่นชัด หากจะนำมาใช้กับชุดทำงานจะต้องมีสูทใส่ทับอีกชั้น
กางเกง ผู้หญิงไม่ควรจะสวมกางเกงไปทำงาน ( เว้นแต่กรณีอากาศหนาว หรือในบริษัทไม่มีกฎเกณฑ์บังคับ ) คุณอาจจะรวมกางเกงไว้กับเสื้อผ้าทำงานชุดหลักก็ได้

2.ความประณีตในการตัดเย็บเสื้อผ้า

ความประณีตในการตัดเย็บเสื้อผ้าที่มีคุณภาพนั้น จะต้องคงรูปตามเดิมอยู่ได้เป็นเวลาหลายปี จะสังเกตเห็นฝีมือและความประณีตในการเย็บเสื้อผ้าได้จากสิ่งเหล่านี้ เช่น
 1. ปกและคอเสื้อ ควรจะตั้งขึ้น พับลงหรือติดแนบกับตัวเสื้อตามแบบที่ผู้ออกแบบกำหนดและเมื่อผ่านการซักรีดเพียงครั้งหรือสองครั้ง ปกและคอเสื้อไม่ควรเสียงรูปทรง ควรตรวจดูว่าของตะเข็บของปกเสื้อได้เย็บซ่อนไว้อย่างเรียบร้อย
 2. แผ่นรองซับในควรจะทำด้วยวัสดุที่คงรูปร่างได้ดี เมื่อลองใช้มือขยำเสื้อดู แผ่นรองซับในที่ทำด้วยวัสดุที่ดีก็ควรจะคืนรูปได้ดังเดิมทันที
 3. ซิปและรังดุม ควรตรวจดูว่าไม่มีรอยย่นตามขอบซิป ไม่จำเป็นต้องสนใจกระดุมมากนักเพราะส่วนใหญ่เราจะดึงออกและติดเม็ดใหม่แทน แต่ที่รังดุมควรจะดูให้ดีว่าเย็บไว้เรียบร้อยดีหรือไม่ รังดุมที่เย็บไว้รุ่ยร่าย ทำให้เสื้อผ้าดูไม่มีราคา
 4. สำหรับเสื้อสูท ควรตรวจดูความเรียบร้อยของซับใน และดูว่าแผ่นรองซับในตรงบริเวณรอยต่อแขนเสื้อซึ่งช่วยไม่ให้ซับในบริเวณนั้นขาดง่าย
 5. กระโปรงควรจะมีซับใน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กระโปรงที่มีเนื้อผ้าที่อาจจะเสียรูปทรงได้ง่าย เช่น กระโปรงถัก กระโปรงที่ตัดเย็บอย่างดีควรจะมีซับในแยกต่างหากเย็บติดอยู่ด้านใน
 6. ควรตรวจดูตะเข็บว่าแข็งแรงพอที่จะไม่ปริแตกง่ายเวลาสวมใส่ และตะเข็บควรจะเป็นตะเข็บคู่ เพื่อกันไม่ให้รอยเย็บหลุดลุ่ยได้ง่าย
 7. ถ้าใช้ผ้าลาย ควรตรวจดูให้แน่ว่า ลายผ้าต่อกันพอดีตรงรอยตะเข็บ
 8. เลือกเสื้อผ้าที่ทำจากผ้าเนื้อดีที่สุดเท่าที่คุณจะมีกำลังซื้อได้ จะพูดถึงเรื่องเนื้อผ้าโดยละเอียดอีกครั้ง


3. การเลือกเสื้อผ้าให้รับกับเรือนร่าง


          อ้างอิง http://industrialclothingdesign.com/basic%20de%207Blank.html
 เสื้อผ้าซึ่งตัดเย็บอย่างประณีตแล้วจะไม่มีประโยชน์อันใดหากไม่รับกับเรือนร่างได้อย่างเหมาะเจาะถึงจะเลือกซื้อเสื้อผ้ายี่ห้อดีขนาดไหน แต่ถ้าหลวมหรือคับเกินไปก็จะไม่ช่วยให้ภาพพจน์เด่นขึ้น ขนาดของเสื้อผ้าของแต่ละยี่ห้อจะไม่เหมือนกัน หรือแม้กระทั่งยี่ห้อเดียวกัน แต่ต่างแบบกัน ขนาดก็อาจจะต่างกันไปด้วย ฉะนั้น เมื่อจะเลือกซื้อเสื้อผ้าจะต้องลองสวมก่อนเสมอ
 ในการลองเสื้อผ้า นอกจากจะดูว่าขนาดพอดีกับตัวแล้ว ก็ต้องดูว่าเสื้อผ้านั้นสวมใส่สบายหรือไม่ โดยลองนั่ง ลุก ยืน และเดินไปมา ในขณะเดียวกันก็ตรวจดูคอเสื้อ ไหล่ เอว ความยาวของเสื้อ รอยต่อแขน แขนเสื้อ และความยาวของกระโปรง หรือขากางเกง

เคล็ดลับวิธีทำให้ปากนุ่ม ชุ่มชื้น อมชมพู

 

            ริมฝีปากเรามักจะลอกเป็นขลุยหรือแห้งบ่อยๆ ทำให้ทาลิปไม่สวย สีติดไม่ทน ปากแห้ง ใช่มั้ยคะ
โดนัทมี 2 วิธีง่ายๆ ที่จะทำให้ปัญหาเหล่านั้นหมดไปค่ะ

วิธีแรก

                 ง่ายจริงๆ ค่ะ ใช้เบบี้ออยทาเบาๆ บนริมฝีปากแล้วนวดไปสักพัก เอาผ้าชุบน้ำอุ่นจัดเช็ดออก แล้วอย่าลืมล้างหน้าให้สะอาดด้วยนะคะ ทาลิปบำรุง เหมือนมาส์กปาก ทาเยอะๆ ทุกคืน


วิธีที่สอง

             คือการสครับปากค่ะ มีวิธีทำสครับง่ายๆ ด้วยตนเอง ของที่ใช้ก็มี วาสลีน หรือลิปบาล์ม น้ำผึ้ง และน้ำตาลค่ะ
วิธีนะคะ เอาน้ำผึ้ง วาสลีน และน้ำตาลมาผสมกัน โดนัทใช้ น้ำผึ้ง 1/4 วาสลีน 1/4 น้ำตาล 1/3 ช้อนชาค่ะ จะทำใส่กระปุกเล็กๆ ก็ได้นะคะ
แล้วเอามาถูที่ปากเบาๆ ประมาณ 1-2 นาที จากนั้นใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นจัดเช็ดออกค่ะ แล้วก็ทำเหมือนวิธีแรกคือมาส์กปากไว้

            แค่นี้เราก็จะมีปากเนียนนุ่ม ชุ่มชื้น แล้วก็ชมพูสวยๆ โดนัททำวันเว้นวันนะคะ เพราะทำแล้วติดใจ
 
อ้างอิง   http://donutart.blogspot.com/2011/03/blog-post.html

ปัดมาสคาร่าให้ขนตาดูงอนงาม

            ยุคนี้สมัยนี้ เชื่อได้ว่า ไม่มีสาว Chic คนไหนไม่รู้จัก… มาสคาร่า (Mascara) เครื่องสำอางสำคัญตัวหนึ่งที่จะช่วยเติมแต่งขนตา (Eyelash) ทำให้ดวงตาของเรามีเสน่ห์ได้อย่างน่ามหัศจรรย์ขนาดนั้น ด้วยคุณสมบัติของมาสคาร่าที่เมื่อใดเราปัดลงบนขนตา มันจะเพิ่มสีสัน ความเข้ม ความหนา ความยาว และยังจัดเรียงขนตาให้กับเรา สาว Chic หลายคนบอกว่า ปัดมาสคาร่าเรื่องง่ายๆ สบายมาก แต่อีกหลายคนซิคะ บ่นอุบเลยไม่รู้เป็นไง จะปัดมาสคาร่าทีไร มือไม้สั่น ตากระพริบเอาอยู่เรื่อยๆ เอาเป็นว่า ลองฝึกปัดมาสคาร่าให้ขนตาดูงอนงามตามวิธี Chic Biscuit นี้ดู บวกกับความตั้งใจฝึกฝนบ่อยๆ เดี๋ยวก็เป็นมืออาชีพ แบบว่าหลับหูหลับตา ปัดกันได้ทั้งวี่ทั้งวันกันเลยค่ะ 


ก่อนที่จะปัดมาสคาร่า เรามาเข้าใจขนตาของแต่ละคนกันก่อน ขนตาแต่ละคนไม่เหมือนกันนะคะ บางคนขนตาสั้น บางคนขนตายาว บางคนขนตาบาง บางคนขนตาหนา บางคนขนตางอน บางคนขนตาเป็นเส้นตรงๆ ดังนั้น เราจะต้องเลือกชนิดของมาสคาร่าและขนแปรงปัดให้เหมาะสมกับขนตาของเราค่ะ
สาว Chic ขนตาสั้น ต้องเลือกมาสคาร่าที่เป็นประเภทมีสายใยไฟเบอร์ที่เพิ่มต่อความยาวขนตา และขนแปรงคล้ายหวีีซี่ถึ่ๆ เพื่อให้ปัดให้ขนตาได้ยาวขึ้น และไม่ม้วนจับตัวกันเป็นก้อนค่ะ
สาว Chic ขนตายาว หรือขนตาเป็นเส้นตรงๆ ให้เลือกมาสคาร่าส่วนผสมที่มีขนแปรงถี่ๆ และมีความโค้ง เพื่อจะได้ปัดให้ขนตาให้งอนงามค่ะ
สาว Chic ขนตาบาง ให้เลือกมาสคาร่าที่เป็นประเภทมีเส้นใยไฟเบอร์ที่เพิ่มความหนา แบบที่เรียกว่าเพิ่มโวลุ่ม (Volume) และขนแปรงกลมๆ จะช่วยปัดเส้นขนตาที่บางๆ หรอมแหร็มให้ดูหนาขึ้นค่ะ
สาว Chic ขนตาหนา หรือขนตางอน ให้ใช้แปรงที่กว้างและหมุนเป็นเกลียวหรือรูปตัว S เพื่อให้มาสคาร่าเกาะกับขนแปรงมากเพียงพอในการปัด ทำให้ปัดมาสคาร่าเคลือบขนตาได้ครบทั่วทุกเส้น และสีสันสม่ำเสมอค่ะ
วิธีปัดมาสคาร่าให้ขนตาดูงอนงาม หลักๆ ก็ดังนี้นะคะ1. ให้สาว Chic มองกระจกนะคะ แล้วหรี่ตาข้างที่เราจะปัดมาสคาร่าลงเล็กน้อย ประมาณว่าทำตาเซ็กซี่ นั่นแหละค่ะประมาณนั้น เพื่อให้เรามองเห็นเส้นขนตาของเราได้อย่างชัดเจน เห็นชัดเจนรึยังคะ ถ้าชัดเจนแล้ว ไปข้อต่อไปเลยค่ะ
2. การปัดขนตาบน ให้เรามองต่ำเข้าไว้ ให้ใช้ขนแปรงที่จุ่มมาสคาร่าพอประมาณ ควรจับแปรงให้ขนาน
กับขนตา ปัดมาสคาร่าช้าๆ ให้เริ่มปัดจากขนตาส่วนที่ชิดติดขอบตาด้านใน ปัดออกไปจนถึงขนตาส่วนปลาย ปัดกดเล็กน้อยให้ขนตางอน ให้ปัดม้วนช้อนขึ้นทั้งด้านบนและด้านล่างของขนตาบนจนครบทุกเส้นค่ะ อาจจะใช้ที่ดัดขนตาเข้่าช่วยก่อนจะปัดมาสคาร่าก็ได้นะคะ ใครที่มีขนตาเส้นตรงๆ ก็จะงอนได้ ใครที่มีขนตางอนอยู่แล้ว ก็จะยิ่งงอนงามแบบที่ต้องการมากขึ้นค่ะ
3. สำหรับขนตาล่าง ก็ให้มองสูงเข้าไว้ เพื่อให้เห็นขนตาล่างชัดเจน โดยปกติขนตาล่างจะสั้นกว่าขนตาบน หากว่าขนตาสั้น หรือสั้นเอามากๆ ปัดยากนะคะ ให้ปัดแนวขวางให้ขนตาหนายาวออกมาบ้าง ก่อนจะปัดลงนะคะ เช่นเดียวกันค่ะต้องปัดทั้งด้านบนและด้านล่างของขนตาล่าง โดยการปัดม้วนลงให้ครบทุกเส้นนะคะ
4. หลังจากนั้น ให้รอสักพัก จึงทำการปัดซ้ำๆ เพื่อเป็นการเน้นขนตาให้ดูหนา สีเข้มขึ้น จัดการปัดให้ขนตาเรียงตัวสวย ไม่จับเป็นก้อน ระวังอย่าปัดเยอะจนเกินไป จะทำให้ขนตาดูกระด้าง ไม่เป็นธรรมชาติค่ะ
5. ถ้ามาสคาร่าเลอะรอบดวงตา ก็ให้ใช้สำลีชุบครีมอายรีมูฟเวอร์ (Eye remover cream)หรือ โลชั่นบำรุงผิว (Lotion) หรือ ออยล์บำรุงผิว (Oil) ค่อยๆ เช็ดออกนะคะ
เสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ สำหรับปัดมาสคาร่าให้ขนตาดูงอนงาม

อ้างอิง  http://www.eiei.net/roaddata/2010/04/%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%89%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%B2-%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%A1/

วันพฤหัสบดีที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2554

วิธีแก้รอยคล้ำใต้ตา

สวยและเด้ง แถมสตางค์อยู่ครบ ขอไล่เรียงสรรพคุณของผัก และผลไม้

          1. แตงกวา ช่วยความชุ่มชื่น ลดอาการบวมแดง

          2. กล้วย ช่วยให้ผิวใต้ตานุ่มนวล ลดริ้วรอยเหี่ยวย่น

          3. มันฝรั่ง มอบความสดชื่น กระจ่างใสให้ดวงตา

          4. แครอท ผสมน้ำผึ้ง ไล่ตีนกาได้ดีนัก

          5. มะเขือเทศ ทำให้ดวงตาสดใส ปิ๊งปั๊ง

          ในการ Test ครั้งนี้ ดิฉันขอเลือกมันฝรั่ง มาลองทำให้ชมดีกว่า เค้าว่ากันว่า ได้ผลรวดเร็ว หยุดรอยคล้ำใต้ตาได้ชัดนัก เพราะมันฝรั่งมีเอนไซม์ (Enzyme) ที่ทำให้สีผิวดูอ่อนจางลงได้ จึงช่วยลดความหมองคล้ำได้ชั่วคราว วิธีนี้จึงเหมาะจะใช้เวลาที่คุณสาวๆ ต้องการแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน

พื้นฐานดวงตาทุนเดิมเป็นคนเบ้าตาลึกคะ จึงค่อนข้างคล้ำดำง่ายกว่าคนปกติทั่วไป วิธีทำแสนง่าย

          เลือกมันฝรั่งผลใหญ่หน่อย เพื่อที่เวลาฝานจะได้ปิดตาได้มิดไงละ และล้างผลมันฝรั่งให้สะอาด จากนั้นฝานให้บางๆ นำมาแปะดวงตาประมาณ 15-20 นาที นอนหลับไปเลยได้ยิ่งดีเพื่อพักผ่อนสายตาจากการเหนื่อยล้า

หากแช่มันฝรั่งในตู้เย็นยิ่งดีใหญ่ ช่วยลดปัญหาตาบวมได้ แถมสดชื่นอีกด้วยคะ เมื่อฝานโปะเสร็จปรากฏว่า
          หลังจากแปะมันฝรั่งครบ 15-20 นาทีแล้ว ดูผ่านๆ อาจจะเห็นผลไม่ค่อยชัดนัก (แหม ก็เราไม่นิยมรีทัชหลอกคนอ่านนี่นา) แต่ดูดีๆ สีคล้ำจะจางลงหน่อย ทั้งนี้อาจเพราะทำแค่ครั้งแรก และครั้งเดียว ทว่าหากไม่ขี้เกียจ หมั่นทำประจำสม่ำเสมอคงดีแน่ เพราะแค่ครั้งแรกยังรู้สึกถึงความชุ่มชื่น มีชีวิตชีวาบริเวณผิวรอบดวงตา เย็นๆ ตึงๆ ตาสว่างสดชื่น เนื่องจากน้ำจากมันฝรั่งทำให้ตาชุ่มชื่น

          บางท่านไปลองทำ อาจรู้สึกคันยุบยิบเล็กน้อย แต่ห้ามเอามือไม่เกานะคะ เพราะตำราบอกไว้ว่าจะรู้สึกยิบนิดๆ ซึ่งไม่เป็นผลร้ายอะไร

          เราตั้งใจว่าจะทำเองสม่ำเสมอแล้วล่ะ ก็ของดีหาง่ายในครัวไม่ต้องสรรหาจากแดนไกล ว่างๆ ท่านผู้อ่านลองทำดูได้นะคะ ของธรรมชาติคะไม่มีการแพ้แต่อย่างใด


วันพุธที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2554

การดูแลรักษาเล็บมือให้สุขภาพดี

  • การล้างทำความสะอาดเล็บ ควร ล้างมือและเล็บด้วยน้ำสบู่อุ่น ๆ ใช้แปรงนุ่ม ๆ ขัดตามซอกเล็บเบา ๆ และล้างออกด้วยน้ำสะอาด ชโลมด้วยครีมบำรุง เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับมือและเล็บ
  • การตัดเล็บมือที่ถูกต้อง ควร ตัดให้มีความโค้งมนไปตามนิ้วมือ ส่วนเล็บเท้านั้น พยายามตัดให้เป็นเส้นตรงมากที่สุดเพื่อลดการสะสมของความสกปรกตามซอกเล็บและ โอกาสเกิดเล็บขบ ไม่ควรตัดสั้นจนชิดเนื้อมากเกินไป และไม่ควรใช้วัสดุใด ๆ แงะงัดขอบเล็บ จมูกเล็บ เพราะอาจเกิดบาดแผลและการอักเสบได้
  • เวลาที่เหมาะสมที่สุดในการตัดเล็บ คือ หลังจากอาบน้ำ หรือล้างจาน เพราะเล็บจะมีความอ่อนนุ่ม ทำให้ง่ายต่อการตัดแต่ง แต่ถ้าหากไม่รอหลังอาบน้ำให้แช่เล็บในน้ำอุ่น สัก 5 นาทีก่อนตัดเล็บ
  • ตะไบเล็บให้สวย ถ้า หากใช้ตะไบเล็บที่ทำจากเหล็ก ควรตะไบเล็บไปในทิศทางเดียว ไม่ควรถูกลับไปกลับมา เพราะจะทำให้เล็บเป็นเสี้ยนคมหรือฉีก แต่ถ้าใช้ตะไบเล็บที่ทำจากเซรามิคสามารถตะไบสวนทางกันได้ นอกจากนี้ การตะไบเล็บควรตะไบจากขอบเล็บเข้าหาปลายเล็บเสมอ
อย่าลืมดูแลรักษาเล็บ ให้สวย สะอาดอยู่เสมอ นะคะ ^-^

อ้างอิง  http://sakid.com/2009/06/08/14012/

วันจันทร์ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2554

ผักผลไม้ทำให้ฟันขาวสะอาดได้

  เมื่อติดชากาแฟมานาน ทำให้ฟันเหลืองไม่น่าดูพอเลิกได้แล้วฟันก็ไม่ขาวสะอาดเหมือนเก่า โชคดีที่ธรรมชาติได้มอบสิ่งที่ดีๆและแสนธรรมดาไว้ให้เรา คือพืชผักผลไม้นั่นเอง

แอปเปิ้ล ขึ้นฉ่ายฝรั่ง แครอท และผักผลไม้สด  หลายชนิด ที่เราจะต้องเคี้ยวมากๆเวลากิน สามารถทำหน้าที่ได้ดีราวกับผงซักฟอกเลยทีเดียว ทั้งยังมีคุณสมบัติบางประการที่ช่วยให้ฟันดูขาวขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติอีกด้วย

ผักโขม ผักกาดหอม บรอกโคลี่   ก็ช่วยป้องกันคราบไม่ให้เกิดเกาะติดได้ง่าย โดยการสร้างเยื่อบางๆเคลือบผิวฟันซึ่งทำหน้าที่เหมือนเป็นเกราะชั้นนอกอีกที

สตรอเบอร์รี่    นำมาใช้สีทำความสะอาดฟันได้อย่างอ่อนโยนราวกับยาสีฟัน ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยฟอกฟัน ขจัดคราบเหลืองของชากาแฟได้อีกด้วย โดยปริผลสตรอเบอร์รี่สีแดงหอมหวานออกเป็นซีก แล้วนำเนื้อผลไม้นุ่มๆขัดถูบนผิวฟันโดยตรง


    ผลไม้มื่อกินเข้าไปทำให้เราสวยได้จากภายใน เพราะวิตามินและกากใยทำให้ดูดีจากภายใน แล้วยังช่วยให้ฟันขาวสะอาดอีกด้วย เห็นผลสองต่ออย่างนี้ คงรู้กันแล้วนะว่าจะหาซื้อผลไม้อะไรกันบ้าง 
อ้างอิง  www. Dekdee.com

วิธีดูแลเส้นผม

1.      เวลาสระผมให้คุณนวดหนังศีรษะไปด้วย จะช่วยให้เกิดการหมุนเวียนโลหิตที่หนังศีรษะดีขึ้นและทำให้น้ำมันตามธรรมชาติไปหล่อเลี้ยงเส้นผมได้ดียิ่งขึ้น
2.      การเลือกผลิตภัณฑ์สำหรับเส้นผมก็สำคัญ เราต้องมั่นใจว่าผลิตภัณฑ์เหล่านั้นต้องมีค่าความเป็นด่างที่สมดุล (PH Balance) เช่น ครีมนวดผมต้องมีคุณสมบัติปรับสภาพเส้นผมให้ชุ่มชื่นและสามารถล้างออกได้ง่าย เป็นต้น
3.      การหวีผมขณะที่เส้นผมเปียกน้ำจะทำให้เส้นผมขาดได้ง่าย ดังนั้นถ้าจำเป็นต้องหวีผมขณะที่เปียก ควรใช้หวีไม้ซี่ห่างจะช่วยให้เส้นผมขาดน้อยลงได้
4.      สาวๆ ที่นิยมไดร์ผมให้ตรงดัดผมด้วยโรลไฟฟ้าและรีดผมด้วยไฟฟ้า ควรใช้ผลิตภัณฑ์ปกป้องเส้นผมจากความร้อนด้วยเสมอ ซึ่งปัจจุบันนี้ก็มีผลิตภัณฑ์ป้องกันความร้อนสำหรับเส้นผมให้เลือกใช้มากมาย ก็ควรเลือกให้เหมาะสมกับสภาพเส้นผม
5.      เวลาเป่าผมให้แห้งควรเป่าผมจากบนลงล่าง เพราะเกล็ดผมจะเรียงตัวตามธรรมชาติ ทำให้เส้นผมเรียงตัวสวยและเรียบเงางาม ไม่ชี้ฟู
6.      การรับประทานอาหารที่ดีมีประโยชน์ ก็ช่วยให้เส้นผมมีสุขภาพที่ดีด้วยเช่นกัน ดังนั้นควรเลือกรับประทานอาหารจำพวก ผัก ผลไม้ และควรดื่มน้ำมากๆ นอกจากนี้ต้องหลีกเลี่ยงอาหารที่ผ่านกระบวนการขัดสีต่างๆ รวมทั้งเครื่องดื่มแอล
อฮอล์และบุหรี่
7.      ถ้ามีกิจกรรมที่จำเป็นต้องทำกลางแจ้งก็อย่าลืมที่จะปกป้องเส้นผมจากแสงแดดด้วย โดยการสวมหมวกหรือทาครีมปรับสภาพผมทิ้งไว้เมื่อต้องออกแดด หลังจากนั้นค่อยล้างออกตามปกติ


อ้างอิง  http://www.thaigoodview.com/library/studentshow/2549/m6-4/no15-46/hair2/sec04p01.html

เดินบนส้นสูงอย่างไรให้สวยเริ่ด

   แม้จะรู้ว่าต้องทรมานจากการเขย่งเท้าบนรองเท้าส้นสูง แต่คุณสาว ๆ ทั้งหลายก็ยังอยากจะสวยเด่นบนส้นสูงปรี๊ดคู่นั้น แต่จะทำอย่างไรให้ความทรมานนี้ของสาว ๆ เป็นความสูงสง่า ไม่ใช่อาการการยืนหรือเดินแบบเก้ ๆ กัง ๆ เป็นที่น่าขบขัน

          
มาฟังเทคนิคการสวมส้นสูงให้สวยดูดีสุด ๆ ที่ เอามาฝากกัน

ขั้นที่ 1 เลือกรองเท้าให้ถูกคู่
          ไม่ต้องสงสัยว่านี่คือสิ่งที่คุณสุภาพสตรีควรนึกถึงเป็นอย่างแรก เพราะหากเลือกรองเท้าที่ถูกคู่ ก็มีชัยในสนามรบไปกว่าครึ่ง จำไว้ว่าทุกครั้งที่เลือกรองเท้า ควรเลือกที่ทั้งมีสไตล์และสวมใส่สบาย เพราะหากไม่แล้ว เชื่อเถอะว่ารองเท้าคู่สวยของคุณจะต้องถูกดองลืมไว้ในตู้เแน่นอน
          ดังนั้น หนึ่งในเทคนิคสำหรับการเลือกซื้อรองเท้าทุกครั้ง คือ ต้องลองสวมแล้วเดินให้ทั่วร้านก่อน เพื่อดูว่ารองเท้ามีขนาดพอเหมาะและรับกับเท้าของคุณหรือไม่


ขั้นที่ 2 พกความมั่นใจออกมาให้เต็มกระเป๋า
          และในเมื่อได้รองเท้าคู่ใหม่สุดฮิปมาทั้งที คุณก็ควรทำตัวให้สมเป็นเจ้านายของมันอย่างเต็มตัว จำไว้ว่าคุณเป็นผู้สวมมัน ไม่ใช่มันเป็นผู้บงการคุณ

ขั้นที่ 3 ให้ความสำคัญกับเรื่องของการวางตัว /ท่าทาง
          เรื่องท่าทาง บุคลิกการเดินเป็นอีกหนึ่งเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพราะหากคุณสวมส้นสูงแล้วเดินไม่ระวัง อาจต้องหัวขมำ หรือมีท่าทางการเดินงก ๆ เงิ่น ๆ มองแล้วคลับคล้ายคนค่อมแห่งนอตเตอร์ดาม ดังนั้นคุณควรหมั่นฝึกเดินบนส้นสูงเพื่อให้มีท่าทางที่ดูดี ง่าย ๆ เพียงแค่คุณยกไหล่ขึ้น เพื่อเปิดให้เห็นถึงแผงอก และยังเป็นการชูคอให้ดูระหงมากขึ้น จากนั้นให้คุณจินตนาการว่ากำลังมีเส้นลวดโยงอยู่บนกระดูกสันหลัง เพื่อดึงให้ตึงสง่าอยู่ตลอดเวลา แต่ต้องจำไว้ว่าคุณต้องทำให้เป็นธรรมชาติ อย่าเกร็งเกินไป

          ถัดมาต้องไม่เผลอเรื่องการจัดการหน้าตาของคุณด้วยว่า อย่างแรกคุณต้องยกคางขึ้น ตามองตรงไปข้างหน้า จากนั้นก็เริ่มเยื้องกายไปข้างหน้าได้แล้ว

ขั้นที่ 4 จิตใจก็สำคัญ
          เดินบนส้นสูงของคุณ ให้ราวกับว่ามันเป็นรองเท้าผ้าใบคู่นึง ก้าวด้วยความมั่นใจตั้งแต่ส้นถึงปลายเท้า สาว ๆหลายตนมีท่าทางการเดินที่ดูไม่ทะมัดทะแมง เนื่องจากไม่กล้าลงน้ำหนักตรงส้นเท้าซึ่งเป็นส่วนที่มีลักษณะเพรียว แต่เชื่อเถอะว่ามันไม่หักง่ายขนาดนั้นหรอก เพราะฉะนั้นในแต่ละก้าวควรลงที่ส้นเท้าก่อน เพราะมันไม่ได้ช่วยแค่การทรงตัวเท่านั้น แต่ยังช่วยแบ่งเบาภาระที่จะตกอยู่กับฝ่าเท้าของคุณด้วย

ขั้นที่ 5 โมเมนตัม
          หลังจากเดินด้วยความมั่นใจตั้งแต่ส้นถึงปลายเท้าแล้วนั้น สาว ๆ ต้องเพิ่มความสง่างามให้กับมัน เริ่มต้นง่ายด้วยการแก้ไขพฤติกรรมเก่า ๆ ที่คุณสาว ๆ มักเริ่มก้าวย่างด้วยการยกเข่าขึ้น เพราะมันทำให้คุณดูเหมือนกับจะเหยียบแมลงสาบ หรือแกะหมากฝรั่งออกจากรองเท้ามากกว่า ซึ่งนอกจากจะไม่สวยงามแล้ว ยังเป็นการเสียบุคคลิกภาพด้วย ฉะนั้น สาว ๆ ควรเริ่มก้าวเท้าโดยอาศัยส่วนสะโพก ใช้กล้ามเนื้อบริเวณน่องไปจนถึงเท้าเหวี่ยงไปมา ราวกับมีบานพับติดอยู่ที่เข่า ซึ่งวิธีนี้นอกจากจะช่วยถ่ายน้ำหนักจากส้นถึงปลายเท้าในระหว่างเดินให้เป็นไปอย่างราบรื่นมากขึ้นแล้ว ยังช่วยสร้างโมเมนตัมในขณะเคลื่อนที่ไปข้างหน้าด้วย แต่ทั้งนี้สาว ๆต้องมั่นใจว่าข้อเท้าและเข่าของคุณมีความยืดหยุ่นพอที่จะรับน้ำหนักในแต่ละก้าวได้ดี
          เคล็บลับอีกนิด คือ หากคุณปรับตัวเองมีความเคยชินในการใช้กล้ามเนื้อดังที่ก่าวมาแล้ว และอยากเพิ่มเสน่ห์ให้ตัวเองขึ้นไปอีกขั้น แนะนำว่าให้สังเกตเวลา บียอนเซ เดินเฉิดฉายบนแคทวอล์ก แล้วทำตาม เพราะเธอคือมืออาชีพตัวจริง

ขั้นที่ 6 ผ่อนคลาย
          ท้ายสุดขอให้สาว ๆ ทุกท่านพยายามผ่อนคลาย เพราะยิ่งคุณสวมส้นสูงมากเท่าไหร่ ความกังวลเวลาเดินก็เพิ่มขึ้นเท่านั้น ฉะนั้นจงมั่นใจว่าไหล่และคอของคุณไม่ได้เกร็งไปด้วย รวมถึงแขนที่ปล่อยให้แกว่งตามธรรมชาติ ปล่อยให้สะโพกของคุณทำงานไปอย่างธรรมชาติ

อ้างอิง http://article.zubzip.com/?6056

สร้างสวยด้วยการเดิน (Slim Up)

            การเดินเป็นกิจกรรมพื้นฐานที่ถือเป็นกิจวัตรประจำวันสำหรับทุกคน เป็นของขวัญจากธรรมชาติที่สร้างชีวิตชีวาได้ไม่น้อย แต่น่าสงสัยไหมล่ะว่า ทำไมคนส่วนใหญ่ยังเดินกันไม่ค่อยจะถูกต้อง แม้ว่ามันจะไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไรมากมาย แต่มันกลับทำให้เสียบุคลิกภาพได้ง่ายๆ เหมือนกัน

         
ลองสังเกตดูว่า คนทั่วไปที่เดินอยู่บนท้องถนนส่วนใหญ่น่ะเขาเดินกันอย่างไร น้อยคนนักที่จะเดินด้วยท่วงท่าสง่าผ่าเผยส่วนใหญ่มักเดินแบบเหี่ยวๆ ไม่หลังค่อม ก็ห่อไหล่ เสียบุคลิกภาพกันไปหมด ท่าเดินที่ถูกต้องนั้น ตัวคุณจะต้องตรงเหมือนไม้กระดาน นั่นคือ ทั้งหัวไหล่ สะโพก ขา และส้นเท้าจะต้องอยู่ในแนวเดียวกันราวกับยืนแนบอยู่บนผนัง นอกจากนั้นแล้วยังต้องมีองค์ประกอบอื่นๆ อีก...
จัดท่าทางให้ถูกต้อง
          เริ่มที่ตั้งศีรษะให้ตรง ไม่โยกไปมาตามการก้าวขาหรือแกว่งแขน ตามองตรงไปข้างหน้า ปล่อยไหล่ทั้งสองข้างสบายๆ ไม่ลู่ไปตามลม และไม่ต้องเกร็งแบบทหาร แต่ให้ยึดอกสักเล็กน้อย เพื่อยกกระดูกซี่โครงและเพิ่มพื้นที่ให้ปอดได้หายใจเต็มที่ เกร็งหน้าท้องเล็กน้อย แล้วตั้งสะโพกให้ตรงกับลำตัว

แกว่งแขนให้สมดุล
          หลายคนมักเดินกอดอกเหมือนแบกความทุกข์เอาไว้ไม่ก็เดินเอามือใส่ไว้ในกระเป๋า ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นข้อห้ามของการเดินให้ถูกวิธี เพราะจะทำให้การเคลื่อนไหวของมือทั้งซ้ายและขวาดูไม่เป็นธรรมชาติ การเดินที่ถูกต้อง ควรแกว่งแขนสลับกันซ้าย-ขวา เพื่อให้เกิดความสมดุล เมื่อก้าวเท้าซ้ายให้แกว่งแขนขวาไปข้างหน้า แกว่งแขนซ้ายไปด้านหลัง เมื่อก้าวเท้าขวาให้แกว่งแขนขวาไปด้านหลังและแกว่งแขนซ้ายไปข้างหน้า เวลาแกว่ง แขนจะต้องเป็นเส้นตรงข้างลำตัวไม่กางออกหรือชิดลำตัวเกินไป
การวางเท้า
          แต่ละย่างก้าว ควรกะระยะประมาณเท่ากับความกว้างของไหล่ เวลาลงเทา ให้ใช้ส้นเท้าเป็นส่วนแรกในการสัมผัสพื้น โดยวางเท้าลงกับพื้นตรงๆ อย่าไขว้ไปมาให้มากเกินงาม อีกจุดที่ควรให้ความสำคัญคือ จังหวะในการก้าวเท้าต้องสัมพันธ์กับการยกหรือบิดสะโพกด้วย คือ ก้าวเท้าข้างไหน สะโพกก็ควรบิดตามไปด้วย อย่าไปกลัวคนอื่นจะมองว่าเดินโอเวอร์ เพราะการทำเช่นนี้นอกจากจะดูสวยแล้ว ยังช่วยบริหารกล้ามเนื้อต้นขาและสะโพกไปในตัวอีกด้วย
ความเร็วในการเดิน
          บางคนอ้างว่าเดินเร็วไปเดี๋ยวเหนื่อย จริงๆ แล้วการเดิน (ค่อนข้าง) เร็วเป็นการฝึกกล้ามเนื้อหัวใจอย่างหนึ่ง เพื่อป้องกันไม่ให้เป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจแข็ง โดยอัตราเฉลี่ยจากการวิจัยถึงความเร็วที่เหมาะสมคือ ประมาณนาทีละ 70 เมตร สำหรับการเดินเร็ว และนาทีละ 180 เมตร สำหรับการเดินเพื่อสุขภาพ

สูตรลดน้ำหนัก ของสมเด็จพระเทพฯ

เป็นสูตรลดน้ำหนัก 7 วัน ค่ะ โดยก่อนรับประทานอาหาร ให้ดื่มน้ำก่อน 2 แก้ว และจัดอาหารแต่ละมื้อ ดังนี้

 วันที่ 1

         มื้อเช้า : น้ำผลไม้ หรือโยเกริต์
         มื้อกลางวัน : ไข่ต้มสองฟอง
         มื้อเย็น : สลัดผัก

 วันที่ 2

         มื้อเช้า : น้ำผลไม้หรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาลไม่ใส่ครีม
         มื้อกลางวัน : ไข่ต้มสองฟอง
         มื้อเย็น : โยเกิรต์

 วันที่ 3

         มื้อเช้า : โยเกิรต์หรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาลไม่ใส่ครีม
         มื้อกลางวัน : เกาเหลาลูกชิ้นหมู
         มื้อเย็น : สับปะรด 1 ชิ้น

 วันที่ 4

         มื้อเช้า : ขนมปัง 1 แผ่น น้ำผลไม้หรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาลไม่ใส่ครีม
         มื้อกลางวัน : สลัดผักและไก่ย่าง 1 ชิ้น
         มื้อเย็น : โยเกิรต์

 วันที่ 5

         มื้อเช้า : น้ำผลไม้หรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาลไม่ใส่ครีม
         มื้อกลางวัน : ส้มตำและไก่ย่าง 1 ชิ้น
         มื้อเย็น : สลัดผัก

 วันที่ 6

         มื้อเช้า : น้ำผลไม้หรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาลไม่ใส่ครีม
         มื้อกลางวัน : ปลานึ่งหรือปลาเผา
         มื้อเย็น : นมสด
 วันที่ 7

         มื้อเช้า : ข้าวสวย 1 ทัพพี และหมูย่าง 1 ชิ้น หรือ ข้าวสวย 1 ทัพพี และไข่ต้ม 1 ลูก
         มื้อกลางวัน : เกาเหลาลูกชิ้นหมู
         มื้อเย็น : สับปะรด 1 ชิ้น

         ส่วนวันที่แปด มื้อเช้า มื้อกลางวัน มื้อเย็น สามารถรับประทานอาหารอะไรก็ได้ตามใจชอบ แต่ถ้าอยากลดน้ำหนักต่อให้เริ่มรับประทานเหมือนที่ทำตั้งแต่วันแรกค่ะ
ที่มา http://health.kapook.com/view3335.html

วันพุธที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2554

เลือกเสื้อผ้า ให้เข้ากับสีผิว



  • ผิวอมชมพู: สีผิวแบบนี้จะส่งผลให้เจ้าของผิวดูเปล่งปลั่ง และดูมีสุขภาพดีกว่าสีผิวอื่นๆ ฉะนั้นเสื้อผ้าที่เลือกใส่ควรเลือกเป็นโทนที่อ่อนๆ สดใสๆ อย่างสีฟ้าอมเขียว สีฟ้าอ่อน โกโก้ สีชมพูอ่อน สีส้ม เป็นต้น เพราะโทนสีเหล่านี้จะช่วยทำให้สีผิวของคุณดูเด่นกว่าคนอื่นๆ


  • ผิวขาวอมเหลือง: สาวที่มีผิวขาวมากนั้นถือว่าค่อนข้างโชคดี เหมือนสาวผิวอมชมพู เพราะสามารถเลือกโทนสีๆหนๆ มาส่วมใส่ก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นสีแดง สีเขียว สีฟ้า สีชมพู เป็นต้น

  • ผิวขาวซีด: สีผิวที่ขาวจนเกินไปจนแลดูเหมือนสุขภาพไม่แข็งแรงนัก ควรเลือกสีที่มีโทนค่อนข้างเข็ม หรือหม่นสักเล็กน้อยเพื่อขับสีผิวให้ดูเข้มขึ้นเล็กน้อย เช่น สีแดงเข้ม สีเหลืองอมน้ำตาล สีน้ำตาลไหม้ หรือสีเขียวเข้ม เป็นต้น

  • ผิวสองสี หรือผิวสีน้ำผึ้ง: สาวผิวสีนี้ค่อนข้างดูเซ็กซี่มีเสน่ห์อยู่ในตัว การเลือกเสื้อผ้าที่เหมาะสมจึงควร เลือกเสื้อผ้าที่มีสีค่อนข้างอ่อน โดยเฉพาะสีผสมต่างๆ ที่ดูไม่ร้อนแรงหรือเย็นตาจนเกินไป เช่น สีน้ำตาลอมแดง สีเขียวอมฟ้า สีชมพูอมส้ม สีเลือดนก สีชมพูหม่น เป็นต้น

    ผิวสีคล้ำ ดำ แทน: ควรเลือกใส่เสื้อผ้าสีโทนกลางๆ ไม่อ่อนจนเกินไปและไม่สดเกินไป หรือเลือกเฉดสีที่ค่อนข้างเข้มก็ดี เช่น สีกรมท่า สีน้ำตาลเข้ม สีฟ้า สีม่วง สีเทา สีเขียวเข้ม เพราะสีเสื้อโทนนี้สามารถทำให้ผิวของคุณ ดูกลมกลืนกับเสื้อผ้า และยังทำให้คุณดูขาวขึ้น กว่าการใส่เสื้อที่มีสีสันสดๆ ด้วยค่ะ


วิธีเลือกทรงผม ให้เข้ากับรูปหน้า

หน้ารูปไข่   เป็นอะไรที่ perfect ค่ะ เพราะสามารถหาทรงผม ที่เข้ากับรูปหน้าได้ง่าย และหลากหลาย ไม่ว่าจะสั้นจะยาว แต่แบบที่สวยโดนใจสุดๆ คงต้องเป็นผมสไลส์ไล่ระดับ ในช่วงใดของใบหน้า ที่อยากให้คนอื่นมอง เช่น สไลซ์ใกล้โหนกแก้ม ริมฝีปาก หรือ คาง
ควรหลีกเลี่ยง
 ทรงผมสั้นสไลซ์ไล่ระดับ ที่เพิ่มความสูงให้กับส่วนบนของศีรษะ เพราะจะทำให้ใบหน้าดูยาวไปค่ะ

ดาราดังที่มีใบหน้ารูปไข่ : เจนิเฟอร์ อนิสตัน
เจนนิเฟอร์


     







หน้าสี่เหลี่ยม   สาวที่มีลักษณะหน้าผากกว้าง โหนกแก้มเยอะ หรือคางปาด จะเหมาะกับทรงผมที่เป็นลอนอ่อนๆ ทรงสไลซ์ ให้ไล่ระดับตามกรอบหน้า ถ้าเป็นทรงผมสั้นต้องเป็นปลายแหลมๆ จะดูสวยมากค่ะ ถ้าผมยาวให้สไลซ์ผมกรอมใบหน้าด้านข้าง เพื่อปิดขากรรไกร ไล่ลงมาด้านล่าง
ควรหลีกเลี่ยง
 ทรงผมบ๊อบตัดตรง โดยเฉพาะที่มีความยาวระดับคาง และผมม้าทื่อๆ เพราะจะยิ่งทำให ้ใบหน้าดูเป็นเหลี่ยมมากขึ้นไปอีกค่ะ
 พัดชาดาราดังที่มีใบหน้าสี่เหลี่ยม : พัดชา AF2






     
หน้ากลม   เหมาะกับทรงผม ที่มีความยาวเลยคางลงไป และทรงผมที่เล่นระดับจากศีรษะด้านบน ลงด้านล่าง ซึ่งจะช่วยถ่ายเทน้ำหนัก และความกลมตันของใบหน้าให้เฉลี่ยออกไปด้านข้าง ทรงผมที่สวยน่ารัก คือผมดัดลอนอ่อนๆ ตั้งแต่ช่วงปลายติ่งหูลงไป สไลซ์ให้ยาวระดับไหล่
ควรหลีกเลี่ยง
 ทรง ผมดัดหยิกลอนเล็ก ที่มีความยาวระดับคาง ไม่ใช่ว่าสาวหน้ากลมห้ามรวบผมตึง โดยเด็ดขาดนะคะ ถ้าต้องการรวบผมตึง มีเทคนิคยกช่วงบนให้สูง (อารมณ์ตีโป่งผมช่วงบน แบบทันสมัยน่ะค่ะ มีอยู่ช่วงนึงเมื่อปลายปี 2004 ที่เหล่าดารา Hollywood ฮิตตีโป่งผมด้านหน้า แล้วปล่อยปลายผมยาว..ทรงนี้สาวหน้ากลมสามารถทำได้ และดูสวยเริ่ดเชียวค่ะ.. การที่ยกผมช่วงบนสูง เพื่อที่จะถ่ายน้ำหนักด้านข้างของใบหน้า ทำให้หน้าดูเพรียวยาวขึ้นได้ค่ะ

ดาราดังที่มีใบหน้ากลม : พลอย-ชิดจันทร์

พลอย








หน้ายาว   สำหรับผมตรง ควรเพิ่มความกว้างของใบหน้า ด้วยผมม้า หรือผมแสกข้าง นอกจากนี้ ทรงผมดัดหยิกมีคลื่นเล็กน้อย ถึงปานกลาง ก็สามารถเพิ่มความกว้าง ให้ศีรษะได้ค่ะ
ควรหลีกเลี่ยง 
ทรงผมสั้นสไลซ์ที่สั้นเกินไป หรือเน้นน้ำหนัก ช่วงบนศีรษะ อย่างตีโป่งด้านหน้า อันนี้ไม่ควรค่ะ เพราะจะเน้นให้ใบหน้าดูยาวยิ่งขึ้นค่ะ

ดาราดังที่มีใบหน้ายาว : แอน-ทองประสม

แอน


     




หน้ารูปหัวใจ   สาวที่มีรูปหน้าแบบนี้ คือหน้าผากค่อนข้างกว้าง หรือเป็นทรงสี่เหลี่ยม มีโหนกแก้มสูง ส่วนคางแคบ เล็ก แหลม ดวงตาของสาวๆ หน้ารูปหัวใจ จะเป็นจุดเด่นที่สุด บนใบหน้า สิ่งที่ต้องทำคือ เบนความสนใจจากโหนกแก้ม ไปยังส่วนอื่นๆ และพรางคางที่แหลมเล็ก ให้ดูกลมกลึง ได้สัดส่วนมากยิ่งขึ้น ถ้าต้องการตัดผมสั้น ควรให้ผมด้านบนยาว และสไลซ์ให้ดูเบา อย่าง ผมหน้าม้าปาดข้างที่ออกจะฮ็อตฮิตอยู่ สาวๆผมสั้นทรงนี้จะดูเปรี้ยว เฉี่ยว ทันสมัย ไฮโซววว์มากๆค่ะ ถ้าอยากไว้ทรงผมบ็อบระดับคาง หรือเคลียไหล่ เหมาะกับทรงผม ที่เซ็ตปลายสะบัด หรือสไลซ์ปลาย เพราะจะช่วยไม่เน้น ให้คางดูแหลมมากนักค่ะ ถ้าชอบผมยาว จะดูสวยโดดเด่นเป็นพิเศษ กับทรงผมดัดคลื่นลอนอ่อนๆ เพราะบดบังความสูงของโหนกแก้ม และพรางตาไม่ให้คางเล็กแหลม จะช่วยให้ใบหน้าดูอ่อนหวานมากยิ่งขึ้นค่ะ
ควรหลีกเลี่ยง
 ทรง ผมม้าตัดตรง เพราะจะเน้นใบหน้าช่วงล่างทั้งคาง และโหนกแก้มให้ชัดเจนมากไปค่ะ ส่วนการสไลซ์ที่ตัดหยาบๆ ไม่บางเบา ก็จะทำให้โครงใบหน้าเราดูแข็งค่ะ
ดาราดังที่มีใบหน้าหัวใจ : มิเชล ไฟเฟอร์
มิเชล 









อ้างอิง   http://webboard.yenta4.com/topic/365495

วันศุกร์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2554

วิธีแต่งตัวให้หุ่นสวย



1.สาวขาใหญ่
ควรหลีกเลี่ยงเนื้อผ้าประ เภทไลครา หรือผ้ายืด ควรเลือกกระโปรงทรงเอ เท่านั้น ให้มีความยาวประมาณเหนือเข่า หรือจะเป็นทรงตรงแบบเรียบ ที่อวดปลีน่องก็พอไหวแต่ระวังอย่าให้ชายกระโปรงยาวเท่ากับช่วงขาที่กว้าง ที่สุด เพราะจะสร้างภาพลวงตาว่าท่อนล่างเท่ากับท่อนบน หรือขาใหญ่เท่ากับสะโพกเลย

2.สาวมีพุง
หยิบกระโปรงสีเรียบ ๆ และมีลวดลายข้างหน้า จะช่วยปิดบังหน้าท้องให้ดูเรียบได้

3.สาวเอวหนา
ควรเลือกใส่กระโปรงทรงเอ เอวสูงที่ค่อย ๆ บานออกจากแนวใต้สะโพก

4.สาวสะโพกใหญ่
หยุดใส่กระโปรงผ้ายืด และกระโปรงพอดีตัวได้เลย ให้เลือกสั้นประมาณเข่า

5.สาวอ้วน
หากอยาก ดูเพรียว ให้ใส่กระโปรงแม็กซี่ยาวกรอมเท้า เวลาเลือกซื้อแนะนำให้ลองสรวมและใช้นิ้วคีบผ้าตรงสะโพก ถ้าผ้าที่คีบเหลือข้างละครึ่งนิ้ว จะหลวมนิด ๆ เหมือนน้ำหนักลดลงไป 2 กิโลเลย

6.สาวขาสั้น
เหมาะกับ กระโปรงสั้นทรงเอ แนะนำให้ใส่คู่กับถุงน่องทึบสีเดียวกัน และรองเท้าส้นสูงปรี๊ดจะทำให้ข่วงเอวลงไปถึงช่วงขาแลดูยาว จำไว้ว่ากระโปรงยาวจะอินท์แต่ตัวคุณเอาท์ กระโปรงยาวคลุมเท้ายิ่งทำให้ดูเหมือนคนไม่มีขา

7.สาวผอม
กระโปรงอัดพลีทรอบตัว จะช่วยพรางตาให้ดูอ้วนขึ้น

ที่มา : http://neomercy.multiply.com/journal/item/91

วิธีทำให้ผิวขาว



วิธีทําให้ผิวขาว : สูตรมะละกอนมสด นำมะละกอมาบดผสมกับนมสด คนให้เข้ากัน จากนั้นนำไปพอกบนใบหน้าหรือผิวกายทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที แล้วล้างออก

วิธีทําให้ผิวขาว : โยเกิร์ตผสมมะนาว มะนาวเป็นผลไม้อีกชนิดหนึ่งที่มีความเป็นกรดสูงมาก จนอาจทำให้แสบผิวได้ ดังนั้นการนำมะนาวมาผสมโยเกิร์ตแล้วนำไปทาผิวทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที จะช่วยลดการระคายเคืองผิว และมะนาวจะช่วยขจัดเซลล์ผิวเก่า เผยผิวใหม่ที่ใสกว่าเดิม

วิธีทําให้ผิวขาว : น้ำมันมะพร้าวเพื่อผิวเนียนนุ่ม เป็นสูตรโบราณที่ใช้ได้ผลมาก น้ำมันมะพร้าวจะช่วยในเรื่องการทำให้ผิวเนียนนุ่มชุ่มชื้น แม้เพียงครั้งแรกที่ได้นำน้ำมันมะพร้าวมาทาผิว รับรองได้เลยว่า สาว ๆ จะรู้สึกถึงความเนียนนุ่มได้ทันทีเลยล่ะ

วิธีทําให้ผิวขาว : น้ำผึ้งและโยเกิร์ต นำส่วนผสมดังกล่าวพอกลงบนใบหน้าหรือผิวกายประมาณ 30 นาทีก่อนล้างออก ช่วยให้ผิวขาวและนุ่มขึ้นได้ สามารถทำได้วันเว้นวันค่ะ

วิธีทําให้ผิวขาว : กล้วยหอมและนมสด นำมาบดผสมกัน จากนั้นนำไปพอกผิวในบริเวณที่ต้องการ จะทำให้ผิวขาวเนียนสวยได้ สามารถทำได้วันเว้นวันเช่นกัน

ที่มา  http://women.kapook.com/view742.html

สอนแต่งหน้าเก๋ ๆ ตอนกลางวัน

10 สุดยอดอาหารเพื่อผิวสวย

     

     ความงามจากภายในสู่ภายนอกเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้เรามีความสวยแบบยั่งยืน ลองหันมาทานอาหารเหล่านี้ เพื่อผิวสวยและสุขภาพที่ดีนะคะ

1. ปลาแซลมอนธรรมชาติ - เป็นแหล่งสำคัญของกรดไขมันโอเมก้า 3 ที่ช่วยลดการระคายเคืองของผิว ป้องกันรอยแดง ริ้วรอยต่างๆ และการสูญเสียความกระชับของผิว นอกจากนี้ มันยังประกอบด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ วิตามินบี และดี
2. โยเกิร์ตไขมันต่ำ - หรือจะเป็นแคลเซียมก็ได้ ซึ่งดีต่อกระดูก เล็บ และฟัน หนึ่งถ้วยของโยเกิร์ตธรรมชาติมีแคลเซียมสูงกว่านมพร่องไขมันหนึ่งแก้วสะอีก
3. หอยนางรม - เป็นแหล่งของสังกะสีที่ดีที่สุดแหล่งหนึ่ง สังกะสีช่วยสร้างคอลลาเจน ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของโครงสร้างผิว และเร่งการสร้างและซ้อมแซมผิว
4. บลูเบอร์รี่ - อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ และสารต้านการระคายเคือง ที่ช่วยป้องการการเสื่อมถอยของผิวระยะยาว
5. ผลกีวี - เป็นอีกแหล่งหนึ่งของสารต้านอนุมูลอิสระ และยังเป็นแหล่งวิตามินซีและโพแทสเซียมที่สำคัญ ซึ่งช่วยป้องกันริ้วรอย
6. มันฝรั่งหวาน - เต็มไปด้วยเบต้าแคโรทีน สารที่ร่างกายเปลี่ยนเป็นวิตามินเอ ช่วยรักษาผิวให้เนียนและถูกคิดว่ามีผลต่อการป้องกันการทำลายผิวจากแสงแดด
7.  ผักโขม - ผักใบเขียวที่มากด้วยสารอาหาร เป็นอีกแหล่งของเบต้าแคโรทีน ช่วยปกป้องดวงตา
8. มะเขือเทศ - เป็นแหล่งหลักของไลโคพีน เป็นสารที่จะเปลี่ยนเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ และถูกเชื่อว่าจะช่วยป้องกันแดดเผา
9.วอลนัต - อีกแหล่งสำคัญของกรดไขมันโอเมกา 3 และวิตามินอี กรดไขมันโอเมกา 3 ชนิดที่พบในวอลนัตช่วยต่อสู้กับความผิดปกติของผิว เช่นผิวหนังอักเสบ
10.ดาร์คชอคโกแล็ต - อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระและสารอาหารอื่นๆ โกโก้ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของโลหิตที่ผิวหนัง ซึ่งช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ความเนียนเรียบ และปกป้องผิวจากแสงแดด


ที่มา  http://www.dek-d.com/board/view.php?id=1392505